วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเอาชนะใจตนเอง

ชนะอะไรก็ไม่สู้ชนะใจตัวเอง

เคยเป็นไหม บางครั้งเราต้องฝืนใจตัวเองทำอะไร หรือฝืนใจตัวเอง
ไม่ให้คิดอะไร เพราะว่าหลายๆสิ่งที่เราคิด และกระทำตามหัวใจที่สั่งงาน
นั้นมันผิดต่อศีลธรรม มันผิดต่อความเป็นจริงๆ และที่สำคัญ มันกลาย
เป็นเรื่องที่บั่นทอดความรู้สึกของตัวเอง มันเป็นอาวุธ หรือเข็มเล็กๆ
แหลมๆ ที่คอยทิ่มแทงความคิด จิตใจของเราตลอดเวลา

มีหลายครั้ง ที่เราพยายามไม่คิด ไม่สนใจ แต่ครั้น เราว่าง เจ้าความค ดที่
เราไม่อยากนึกถึง ก็แล่นเข้ามาในหัวสมอง โดยไม่ต้องบังคับ หรือนั่งนึก
แต่อย่างใด มันเหมือนศัตรูร้าย ของหัวใจ มันเหมือนวิญญาณร้าย ที่คอย
ตามมาหลอกหลอนชีวิตเรา ความรู้สึกนึกคิด ที่เกิดขี้น ทำให้อะไรหลายๆ
อย่างในชีวิต เป็นไปแหง่ลบมากกว่าแหง่บวก

ครั่นคุณพยายาม ที่จะเขี่ยความคิดที่เกิดจากจิตใจนี้ ออกไปจากหัวสมอง
ให้เร็วที่สุด มันก็กลับกลายเป็นว่า เป็นเรื่องยากเย็นมาก ยิ่งเราต องการจะ
หยุดความคิดต่างๆออกไปเร็วเท่าใด มันก็ยิ่งใช้เวลานานมากเท่านั้น และมันก็
จะทรมานมากขึ้นเมื่อเจ้าความคิดนั้นไม่ยอมออกไปจากตัวของเรา

มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะทำ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ เป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างๆ
ที่จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับตัวของคุณผู้เดียว คนอื่นๆที่อยู่รอบข้างตัวคุณ
เป็นเพียงแค่องค์ประกอบ เขาเหล่านั้นเป็นแค่ผู้ช่วยของคุณ แต่ถ้าคุณไม่
คิดจะทำอะไรเลยกับค ามคิดที่มันบั่นทอดความรู้สึกของคุณนั้น เขาเหล่านั้น
ก็คงจะช่วยอะไรคุณไม่ได้มากไปกว่า ให้กำลังใจ และรับฟังเมื่อคุณคิดที่จะ
ระบายให้เขาฟัง แต่ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นอะไรที่บอกใครไม่ได้ เขาเหล่านั้น
ก็คงทำได้แค่เพียง หยิบยื่นกำลังใจให้คุณได้ต่อสู้กับใจของคุณ เป็นกำลัง
ให้คุณได้ขับไล่ปีศาจออกไปจากใจคุณ ให้ได้เร็ววันเท่านั้น

คุณว่าไหม จริงๆแล้วมันทำไม่ยากเลย เพราะว่าถ้าพูดไปแล้ว มันก็ค อการที่
คุณจะต้องบังคับตัวคุณ และเอาชนะจิตใจคุณ ที่มันกำลังจะทำให้คุณอยู่เหนือ
ความผิดชอบชั่วดี แต่กระนั้นก็ดี การพูดจาทำได้ง่ายดายนัก แต่ถ้ามามองกัน
ที่การกระทำเล่า? มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่พูดออกมาเลย

การที่เราจะเอาชนะใจใครมันเป็นเรื่องที่ทำได้ ไม่ยากนัก แต่การที่จะเอาชนะใจ
ของตัวคุณเองนี่สิ มันเป็นเรื่องยากนัก แต่เมื่อไรที่คุณทำมันได้ คุณจะเป็น
ผู้ที่ถูกยกย่อง และตัวของคุณ องนั้นแหล่ะ ที่จะได้รับผลที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด
คุณจะรู้สึกว่าโล่งใจ และสบายใจ อะไรๆในชีวิตก็จะดีขึ้น เพราะคุณได้ขับไล่
เจ้าปีศาจชั่วร้ายออกไปจากชีวิตของคุณแล้ว
เชื่อว่าทุกคน ไม่อยากที่จะพ่ายแพ้แก่ใจของตัวเอง เมื่อคุณได้รับรู้ว่า
จิตใจของคุณกำลังคิด พยายามสั่งให้ทำอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ หรือได้ชื่อ
ว่าเป็นสิ่งผิดแล้ว คุณคงไม่ปล่อยให้จิตใจนั้นมาครอบง่ำคุณ คุณคงไม่ยอม
ให้ปีศ จร้ายมาเป็นนายคุณแน่นอน

และเชื่อว่าทุกๆคนต้องการที่จะขับไล่สิ่งชั่วร้าย ที่บั่นทอดจิตใจของคุณ
ออกไป และมันไม่ใช่สิ่งง่าย แต่ถ้าคุณตั้งใจที่จะทำ แล้วไม่ท้อแท้ ฉันเชื่อว่า
สักวันหนึ่ง คุณจะเป็นผู้ชนะ แล้วการที่คุณเอาชนะใจของตัวคุณเองได้นั้น
เป็นการชนะที่ถือว่าสุดยอด แห่งการอยู่รอดของมนุษย์แน่นอน เพราะชีวิต
ของทุกคนถูกกำหนดด้วยมือของคุณเอง การที่ชีวิตเราจะมีสิ่งดีๆ หรือสิ่ง
ายๆเข้ามามากน้อยเพียงใดนั้น คุณนั้นแหล่ะเป็นผู้เลือก คงไม่มีใครที่ไหน
ที่สามารถมาบังคับให้คุณดีใจ หรือเสียใจได้

เมื่อคุณรู้แล้วว่า ตัวของคุณเองเป็นผู้บงการชีวิตแล้ว มันก็คงไม่ยากจนเกิน
ไปที่คุณจะทำอะไรๆที่ดีๆให้กับตัวของคุณเอง ฉันขอให้ทุกๆคนที่ตั้งใจและ
กำลังเอาชนะใจของตัวเอง เพื่อนำสิ่งที่ดีๆเข้ามาสู่ชีวิตทุกคน จงประสบกับ
คำว่าสำเร็จ ขอให้คุณพยายามต่อไป ถึงมันจะยากเย็นสักเพี งใด แต่ขอให้
คุณจงจำไว้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินถ้าเราตั้งใจที่จะทำมันจริงๆ และถ้าหาว่าคุณ
เอาชนะใจของคุณเองได้ ชีวิตของคุณก็ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จไปขั้น
หนึ่งแล้วทีเดียว เพราะในอนาคตไม่ว่าคุณจะทำอะไรใดๆ คุณจะทำมันได้อย่าง
ง่ายดาย เพราะคุณได้เคยกระทำสิ่งที่ถือว่ายากมากสำหรับมนุษย์โลกมาแล้ว
ครั้งหนึ่ง นั้นคือ การชนะใจของตนเอง

ลองคิดดูสิ ว่าคุณจะรู้สึกดีแค่ไหน เมื่อคุณรู้ว่า คุณชนะใจคนที่คุณคิดว่าเอาชนะ
ได้ยากที่สุดในโลกแล้ว นั้นคือ ตัวเองคุณเอง ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆได้รับรู้
ึความรู้สึกตรงนั้นได้เร็วๆวันนี้ จงพยายามต่อไปนะอย่าท้อถอย สักวันหนึ่ง
มันจะต้องเป็นวันของเราอย่างแน่นอน เชื่อว่าอย่างนั้น

ที่มา http://www.geocities.com/wgate.geo/win-ones-own-hrt.html

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

นวัตกรรมการสื่อสาร

หัวเว่ยจัดทัพเทคโนโลยีการสื่อสารแห่งอนาคต งาน “GSMA Mobile World Congress 2010”



หัวเว่ยร่วมแสดงเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในงาน “GSMA Mobile World Congress 2010” ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 18 กุมภาพันธ์ 2553 โดยมี มร. โกว ปิน ประธานฝ่ายการสื่อสาร หัวเว่ย ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Broadening the Ecosystem through Mobile Broadband” ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 – 12.30 น. (ตามเวลาในประเทศจีน)
ภายในงาน บูธหัวเว่ยสาธิตนวัตกรรมการสื่อสารที่หลากหลาย อาทิ LTE-advanced เทคโนโลยี LTE แรกของโลกที่ให้อัตราความเร็วในการดาวน์โหลดสูงกว่า 600 เมกกะบิตต่อวินาที รวมทั้งนำเสนอโซลูชั่น HSPA+ ที่เร็วที่สุดของโลกในอัตราการดาวน์โหลดสูงกว่า 84 เมกกะบิตต่อวินาที นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้แนะนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบแอนดรอยด์ (Android ™-powered terminal devices) รวมทั้งแนะนำโซลูชั่นสำหรับ Core Network ในบริการ ONE Core Solution ที่ผนวกรวมบริการโทรศัพท์พื้นฐานและโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ด้วยกัน เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารให้คุ้มค่าการลงทุนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หัวเว่ยยังจัดแสดงเทคโนโลยี SingleMetro รุ่นใหม่ คือ CX600-x1 และ CX600-x2 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้บริการ IP ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่สุด โดยมีความลึกเพียง 300 มม. เทคโนโลยี SingleMetro คือเครือข่ายส่วนกลาง ซึ่งปกติจะแยกเครือข่ายกันเพื่อรองรับการสื่อสารในระบบโทรศัพท์มือถือ, บรอดแบนด์ และเครือข่ายโทรศัพท์ธรรมดา (Mobile, Broadband, Fixed Line) แต่หัวเว่ยพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถรองรับได้ทุกระบบบน platform เพียงหนึ่งเดียว และยังพัฒนาซอฟต์แวร์ U2520 ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย SingleMetro ให้โดดเด่นในการควบคุมปฏิบัติการและดูแลปรับปรุงเครือข่ายให้สะดวกง่ายยิ่งขึ้นด้วย
สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.huawei.com/mobileworldcongress2010.

ที่มา หัวเว่ย เทคโนโลยี่

ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ
คุณบุศยรินทร์ เสตะจันทน์ปิติ / คุณธิดา ดำรงสุทธิศิลป์

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2553

ict กับท้องถิ่น

ICT กับชุมชนเสมือนจริง ความท้าทายในโลกอนาคต

กระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคโลกาภิวัตน์ได้มีความเจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นองค์ประกอบที่เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น รวมทั้งเทคโนโลยีอื่นๆที่ทันสมัยได้เข้ามามีบทบาทและส่งผลกระทบต่อผู้คนในยุคปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญทำอย่างไรจะให้ผู้คนมีกระบวนการปรับตัวและมีแผนรองรับการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างไร้ขีดจำกัดในปัจจุบันอย่างรู้เท่าทันและมีภูมิคุ้มกันที่ดี

วันที 30 ตุลาคม 2552 ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง(High-level Expert Roundtable) ชุดที่ 1 เรื่อง อนาคตประเทศไทยในปี 2020 : นัยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT2020) กลุ่มการเมือง/ การปกครอง/การบริหารราชการแผ่นดิน ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ ที่ได้จัดขึ้นโดย ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย พ.ศ. 2552-2556

ในสถานที่ประชุมระดมความคิดเห็นนั้น ได้มีนักวิชาการ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้เข้าร่วมประชุมหลายท่าน ในที่ประชุมได้มีการนำเสนอภาพรวมของโครงการและภาพอนาคตเบื้องต้น โดย ดร.ชฎามาศ ธุวะเศรษฐกุล รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติและหัวหน้าโครงการจัดทำกรอบนโยบาย ICT2020 ได้นำเสนอถึงภาพรวมประเด็นเกี่ยวกับกรอบนโยบาย “อนาคตประเทศไทยในปี 2020 : นัยต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT2020)” ว่าควรมีทิศทางเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า

นอกจากนั้น ยังมีการอภิปรายจุดประกายความคิด โดยนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ นายอาวุธ วรรณวงศ์ จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) ดร. พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายณฐพล วิเชียรเพริศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายพฤกษ์ พัฒโน รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครหาดใหญ่ เป็นผู้อภิปราย ซึ่งแต่ละท่านได้เสนอมุมมองของICT เชื่อมโยงกับการเมือง การปกครอง และการบริหารราชการแผ่นดิน ไว้หลากหลายประเด็นที่น่าสนใจ โดยมี ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาโครงการและที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินการอภิปาย รวมทั้งการนำเสนอความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องอีกหลายท่าน

ประเด็นการประชุมโดยสรุปแล้ว กระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงกับการเมืองการปกครองไทยและการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างหลากหลายช่องทาง เช่น หน่วยงานราชการ ได้มีการพัฒนาเว็บไซด์ที่เป็นของหน่วยงาน รวมทั้งการบริการประชาชนให้มีความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง และที่สำคัญทำอย่างไรให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ รวมทั้งเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาในด้านต่างๆ ซึ่งดร. พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ ได้เปิดประเด็นไว้อย่างน่าสนใจเกี่ยวกับกระบวนการทำแผนแม่บท ของ ICT ว่า แผนนั้นควรมีหมุดหมายที่ชัดเจนว่า ทิศทางของการนำแผนไปปฏิบัติหรือจุดมุ่งหมายนั้นเป็นอย่างไร นอกจากนั้นยังได้กล่าวถึง กระบวนการที่เรียกว่า สาธารณะ(Public) ประชาสังคม (civil society) รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสาธารณะ และการเสริมพลังอำนาจของประชาชน (Empowerment) และควรมีการออกแบบเชิงสถาบันที่รองรับเกี่ยวกับการพัฒนาICTและการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างชัดเจน

และอีกหลายท่านได้เสนอมุมมองที่เป็นประสบการณ์รวมทั้งข้อเสนอแนะไว้หลากหลายประเด็นเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่อง E-Governance และประเด็นเกี่ยวกับท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องมีการรองรับการถ่ายโอนภารกิจจากส่วนกลาง เนื่องจากมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น กระบวนการนำ IT มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน และการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งซึ่ง รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร จากมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ได้นำกรณีเกี่ยวกับการเลือกตั้งของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นได้นำระบบการเลือกตั้งแบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้

ผู้เขียนในฐานะนักวิชาการอิสระที่ได้รับเกียรติเข้าร่วมประชุมระดมความคิดเห็นมีความเห็นด้วยกับแนวคิดและข้อเสนอแนะจากหลายๆท่านที่ได้นำเสนอในที่ประชุม ในที่นี้ผู้เขียนขอนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนา ICT ทางด้านการเมือง การปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้เขียนใคร่ที่จะนำเสนอประเด็นที่นอกเหนือจากผู้เข้าร่วมประชุมเสนอไว้ ดังต่อไปนี้ คือ

ประเด็นเกี่ยวกับ การพัฒนาICT ของภาคประชาชน หรือภาคประชาสังคม การพัฒนาประชาธิปไตยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง การปกครองไทย ปัจจุบัน ระบบสารสนเทศหรือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น อินเตอร์เน็ต เว็บไซด์ การสื่อสารที่ทันสมัยผ่านระบบมือถือ หรือระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ประเด็นที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้นำเสนอส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีของภาครัฐ E-Governace ซึ่งได้เห็นมุมมองการบริหารงานของภาครัฐและการพัฒนา IT ของภาครัฐเพื่อบริการประชาชน และบางท่านได้นำเสนอเกี่ยวกับ ICT ชุมชนซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

ประเด็นเกี่ยวกับ ICT ที่เป็นของภาคประชาชน (PO) หรือภาคประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ (NGO) ที่ได้มีการเปิดพื้นที่สาธารณะทางด้านการเสนอความคิดและการพัฒนาประเทศ รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจของภาครัฐ ซึ่งถือว่าเป็นพลังที่สำคัญในการช่วยให้การพัฒนาประชาธิปไตยและการบริหารภาครัฐได้มีการยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี หรือหลักธรรมาภิบาล ซึ่งผู้เขียนได้เข้าไปค้นหาเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรภาคประชาชน ภาคประชาสังคม รวมทั้งกลุ่มองค์กรชุมชน และภาคองค์กรพัฒนาเอกชน ที่ได้จัดทำเป็นเว็บไซด์ ซึ่งถือว่าเป็นเว็บทางเลือกของภาคประชาชน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตย รวมทั้งการเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ มีหลายเว็บไซด์ที่ได้มีข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคประชาชน ซึ่งนอกเหนือจากเว็บไซด์ของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่ให้ข้อมูลข่าวสาร และนโยบายการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเว็บไซด์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบางแห่งได้มีการจัดทำอย่างเป็นระบบและสามารถให้ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างสะดวก ซึ่งถือเป็นการบริหารตามหลักความโปร่งใสและเน้นการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเป็นหลัก ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)มาเป็นเครื่องมือหลักในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลชุมชน ข้อมูลข่าวสารของ อปท. ทั้งข้อมูลด้านการบริหาร ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนา ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการให้ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องทุจริตผ่านทางช่องทางอินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซด์ของ อปท. เป็นต้น

ภาพของกระบวนการพัฒนา IT ของท้องถิ่นในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าหากว่า ICT ได้มีแผนแม่บทที่ชัดเจนในการพัฒนารวมทั้งกระบวนการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมทั้งสนับสนุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพและวางระบบฐานข้อมูลที่มีความถูกต้อง รวมทั้งกระบวนการประสานความร่วมมือกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำระบบฐานข้อมูลท้องถิ่น รวมทั้งวัฒนธรรมท้องถิ่น อย่างเป็นระบบแล้ว กระบวนการพัฒนาท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยการใช้ IT มาเป็นเครื่องมือ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาชน ภาคประชาสังคมให้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งการพัฒนาและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์แล้ว จะทำให้แนวทางการพัฒนาท้องถิ่นที่มีหลักธรรมาภิบาลในการบริหารและการพัฒนา และที่สำคัญคือ ประโยชน์จะตกอยู่ที่ประชาชนในท้องถิ่น

กระบวนการพัฒนาชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community) ในโลกอนาคตอีก 10-20 ปี ข้างหน้า ผู้เขียนมีมุมมองว่า ควรมีการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นฐานที่สำคัญในอนาคตให้มีความรู้ ความเข้าใจรวมทั้งการรู้เท่าทันเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างถูกต้อง มิใช่เพียงเพื่อตอบสนองความบันเทิง ความสนุกสนานเท่านั้น แต่ควรเป็นการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซด์ อย่างถูกต้อง

นอกจากนั้นประเด็นเกี่ยวกับความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่และ กระบวนการคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน อัตลักษณ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยภาพรวมแล้วเทคโนโลยีสารสนเทศเปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม ที่มีทั้งคุณและโทษในตัวของมันเอง แต่ทำอย่างไรจะให้มีการนำด้านคุณประโยชน์จากเทคโนโลยีมาใช้ให้มากที่สุด โดยสรุปก็คือ ในโลกอนาคตอีก 10-20 ปีข้างหน้าเทคโนโลยีสารสนเทศมีความทันสมัยมากขึ้นและประเด็นที่สำคัญคือทำอย่างไรจะให้ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐ ได้มีแผนรองรับการพัฒนาทางด้าน IT ที่เป็นรูปธรรม เช่น การเสริมสร้างความรู้แก่เด็กและเยาวชนในการรู้เท่าทันเทคโนโลยี กระบวนการพัฒนาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน รวมทั้งมีกลไกและมาตรการที่รองรับทั้งทางด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิส่วนบุคคลและมาตรการทางด้านกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยในอนาคต

ขอขอคุณ บาว นาคร และ วิชาการ.คอม www.vcharkarn.com

ปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 กับหลักสูตรท้องถิ่น

ปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 กับหลักสูตรท้องถิ่น

การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองเป็นนโยบายที่รัฐบาลปัจจุบันได้ดำเนินการอยู่และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ตลอดจนข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกี่ยวกับการศึกษา ปัญหาของการจัดการศึกษาในเรื่องวิชาชีพ ทางการแพทย์และพยาบาลของสถาบันการศึกษา ปัญหาความรุนแรงของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ปัญหาคุณธรรม จริยธรรมของครูผู้สอน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาของระบบการศึกษาไทยเป็นอย่างดี นับตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นมาเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการศึกษานั้นผ่านมาได้ 10 ปีแล้ว โดยเน้นให้จัดการเรียน การสอน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาขีดความสามารถของตนได้อย่างเต็มศักยภาพ และมีความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้



สำหรับประเทศไทยการศึกษาในอดีตที่ผ่านมานั้น ได้ถูกจัดขึ้นโดยครอบครัว ชุมชน หรือสถาบันทางศาสนา ที่มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้หรือภูมิปัญญาที่เชื่อมโยงบนรากฐานประเพณีและวัฒนธรรมที่สั่งสมมาของสังคม ทำให้ความรู้เหล่านั้นคงอยู่และถ่ายทอดสืบสานต่อๆกันมา จนกระทั่งมาสู่การศึกษาในระบบโรงเรียน และสถาบันการศึกษาที่จัดโดยรัฐ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การจัดการศึกษาในประเทศไทยได้เกิดความแปลกแยกไปจากชุมชนท้องถิ่น ระบบการศึกษากลายเป็นเรื่องของการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง และครูผู้สอนได้มีบทบาทสำคัญในการเรียนการสอน และครูเป็นศูนย์กลางในการเรียนการสอน รวมทั้งหลักสูตรที่ผลิตจากส่วนกลางไม่สอดคล้องกับบริบทของชุมชนท้องถิ่น ทำให้สถาบันการศึกษาและโรงเรียนไม่ได้ผลิตนักเรียน นักศึกษาที่มีความเข้าใจในภาษาท้องถิ่น วัฒนธรรมท้องถิ่น และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนนั้นๆอย่างแท้จริง



ถ้าหากพิจารณาถึงระบบการศึกษาไทยในอดีต ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นได้มีความสอดคล้องกับแนวคิดของ เปาโล แฟร์ (Paulo Freire) เป็นนักการศึกษาผู้หนึ่งที่ได้เขียนวิจารณ์ระบบการศึกษาที่มีครูเป็นศูนย์กลางในหนังสือ Pedagogy of the oppressed และหนังสือเล่มนี้ได้สร้างความหวั่นไหวให้แก่วงการการศึกษาเป็นอย่างยิ่งในสมัยนั้น เปาโล แฟร์ มีความเห็นว่าการศึกษาในระบบโรงเรียนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นระบบการศึกษาที่มีครูซึ่งเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดมักจะเป็นผู้กดขี่ กักขัง ครอบงำ ควบคุมความคิดของผู้เรียน โดยครูมีบทบาทเป็นผู้เผด็จการที่คอยแต่จะสั่งว่า ผู้เรียนควรเรียนอะไร ควรเรียนอย่างไร ควรคิดอย่างไร และประพฤติตัวอย่างไร ซึ่งเปาโล แฟร์ เห็นว่า การเรียนการสอนแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนมีชีวิตจิตใจกลายเป็นวัตถุที่คอยแต่จะรองรับสิ่งที่ผู้สอนถ่ายทอดให้เท่านั้น ผู้เรียนจะไม่สามารถเข้าใจตนเอง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่สามารถปรับปรุงตนเองและสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นได้ เปาโล แฟร์ เรียกการศึกษาที่มีศูนย์อำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ที่ครูนี้ว่า การศึกษาระบบธนาคารเงินฝาก (Banking Education System)



จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ได้มีแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง เช่น การพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ ให้มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ ตั้งแต่ปฐมวัย สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ เป็นผู้เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เป็นวิชาชีพที่มีคุณค่า มีระบบ กระบวนการผลิตและพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบและแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัยเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาการบริหารจัดการใหม่ มุ่งเน้นการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาและอปท.รวมทั้งการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองชุมชน เอกชน และทุกภาคส่วน



แนวนโยบายและแนวทางการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองนั้นสอดรับกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ของรัฐบาลปัจจุบัน การปฎิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองแม้ว่าจะเน้นกระบวนการพัฒนาทั้งคุณภาพครูผู้สอน สถานศึกษา การบริหารจัดการ และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ดี ส่วนการนำนโยบายไปปฎิบัตินั้น จะสอดคล้องกับนโยบายที่วางไว้หรือไม่ การปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สองจะช่วยให้ระบบการศึกษาของไทยพัฒนาไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตามควรให้ความสำคัญกับความรู้ของชุมชน ทุนชุมชนที่มีอยู่ ทั้งทุนมนุษย์คือปราชญ์ชาวบ้าน ทุนทางปัญญา คือภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคนนั้น น่าจะมีแนวทางการปรับใช้และประยุกต์ให้เป็นหลักสูตรท้องถิ่น มีการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียน รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชน และที่สำคัญควรมีการเสริมสร้างจิตสำนึกให้เกิดความหวงแหนในบ้านเกิด ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมของชุมชน รวมทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรมและจริยธรรมให้กับนักเรียนด้วย มิใช่เรียนเพื่อให้เป็นคนเก่ง คนฉลาดอย่างเดียวเท่านั้น



ขอขอบคุณ บาว นาคร วิชาการ.คอม www.vcharkarn.com






--------------------------------------------------------------------------------

it ท้องถิ่น

สำหรับคนท้องถิ่นครับ
ทุก ๆ คนอาศัยอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร และทุก ๆ คน มีความคาดหวังหรือตั้งเป้าประสงค์ที่จะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยู่ ต้องทำงานตามความประสงค์หลัก ๆ คือ ชุมชน 1) องค์กรท้องถิ่นต้องมีการบริหารจัดการดี 2) องค์กรท้องถิ่นมีการบริหารและบริการบรรลุเป้าหมายของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 3) องค์กรท้องถิ่นมีความเข้มแข็งด้านการเงินการคลัง 4) องค์กรท้องถิ่นมีเศรษฐกิจฐานรากที่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน

เมื่อทำงานให้บรรลุเป้าหมาย ต้องไม่ลืมว่าการพัฒนาของการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความสำคัญยิ่ง กล่าวคือ หากนำประโยชน์ของ IT เพื่อการจัดการตามมิติต่าง ๆ เช่น ด้านประสิทธิภาพของการทำงาน ทำให้เกิดผล คือ รวดเร็ว เก็บข้อมูลข่าวสารได้มาก เข้าถึงเร็ว การสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดต้นทุน การประสานงานได้ดี

ด้านประสิทธิผล ทำให้การตัดสินใจของผู้บริหารได้เร็วและถูกต้อง เลือกการให้บริการได้ถูกต้อง แม่นตรง ความได้เปรียบในการทำงาน การแข่งขัน ทำให้บริการประชาชนดีขึ้น
ด้านคุณภาพชีวิตในการทำงาน ทำให้ลดข้อจำกัดในเรื่องสถานที่ จัดเวลาทำงานได้ตามต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน มีความอิสระส่วนตัวมากขึ้น

ดังนั้นผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยุคสมัยใหม่จะต้องตื่นตัว และต้องพัฒนาบุคลากรให้ทันตามเทคโนโลยี ดังนี้ 1.หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการทำงาน จากการทำงานแบบเดิม เช่น หนังสือราชการเสนอไปตามลำดับชั้น จะต้องเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบที่ไม่เป็นทางการมากขึ้น ผู้บริหารควรทำงานในลักษณะผู้นำ ไม่จำเป็นต้องเซ็นเอกสารทุกแผ่นที่ออกจากสำนักงาน แค่มอบอำนาจให้ผู้บริหารระดับรองทำแทน เป็นต้น การทำงานแบบทำคนเดียว ต้องเปลี่ยนมาทำแบบเป็นทีม องค์กรควรจะมีขนาดเล็ก โดยนำ IT มาใช้แทน

2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครี่องมือสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น

3.ต้องมีการพัฒนาฐานข้อมูลระดับท้องถิ่นเพื่อใช้งานในอนาคต (ข้อมูลพื้นฐานของท้องถิ่น ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ) ข้อมูลบริการพื้นฐานตามภาระหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อมูลด้านการเงิน การคลัง ข้อมูลด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น) และที่สำคัญผู้บริหารท้องถิ่นต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจมากขึ้น

4.ต้องมีระบบการป้องกันความปลอดภัย เป็นอย่างดีของระบบคอมพิวเตอร์ และระบบข้อมูลของหน่วยงาน

5.ระบบที่จัดทำขึ้นต้องเป็นระบบที่จะช่วยลดการใช้กระดาษ เพราะระบบงานที่ใช้กระดาษทำให้งานล่าช้า ระบบใหม่ควรอยู่ในลักษณะระบบอิเลกทรอนิกส์


6.นับได้ว่าหากผู้บริหารท้องถิ่น ได้พัฒนาระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เพื่อการบริหารงานและบริการประชาชน ตัวอย่าง การจัดทำระบบการให้บริการประชาชนทางด้านการทะเบียนและบัตรประชาชนของเทศบาลต่าง ๆ การให้บริการอบต.เคาน์เตอร์เซอร์วิสของอบต.ท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา การจัดทำแผนที่ภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง เป็นต้น ถือได้ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

http://songkhlatoday.com/paper/8115

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเดินทาง

การเดินทางของชีวิต
เส้นทางชีวิตของคนเรามันแตกต่างกัน
บางคนอาจจะมีเส้นทางที่เรียบง่าย
บางคนอาจจะเจออุปสรรคมากมาย

แต่สิ่งเดียวที่ทุกคนต้องการก็คือ "กำลังใจ"
กำลังใจจากคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน
ไม่ว่าเราจะก้าวพลาด หรือเราจะสมหวัง

คนเราเกิดมาในชีวิต
จริงๆ แล้วไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย
หน้าที่การงาน เงินทอง หรือสังคมสวยหรู
มันเป็นแค่สิ่งที่ฉาบฉวย
มันเป็นแค่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิต
แต่มันไม่ใช่สิ่งที่อยู่กับเราตลอดไป

สุดท้าย...
ทุกคนก็ต้องการแค่คนๆ เดียวที่อยู่ข้างๆ
ไม่ว่าจะจน รวย อ้วน ผอม ดำ ขาว
เมื่อเป็นคนที่ใช่แล้ว
ก็กลายเป็นคนที่มีค่าที่สุดได้

การที่เราได้พบใครสักคน
ถือว่าเรามีวาสนาต่อกัน
เหมือนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ที่เราหามานาน

ถ้าเราไม่รักษาคนที่เราคิดว่า
สามารถร่วมทางไปกับเราได้แล้ว
ก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะได้พบอีก
ในที่สุด...
บั้นปลายชีวิต
เราก็จะกลายเป็นแค่คนแก่เหงาๆ เท่านั้นเอง

เส้นทางของชีวิต
บ้างก็สั้น...
บ้างก็ยาว...

สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ
การที่เราได้พบคนที่เดินร่วมทางไปกับเรา
ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคแค่ไหน
ก็พร้อมที่จะจับมือและก้าวไปพร้อมกับเรา
โดยที่ไม่เหลียวหลังกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมา
ก้าวไปพร้อมกันอย่างไม่ลังเล

เราไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้
แต่เราสามารถทำวันนี้ให้ดีที่สุดได้
เพื่อที่จะส่งผลถึงอนาคตของเรา

ชีวิตมันก็แค่นี้
ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก
หายเหนื่อยเราก็เดินต่อไป

บางทีเราไม่รู้ว่าเราเดินต่อไปเพื่ออะไร
เราไม่ได้คิดถึงเลยว่า เราค้นหาอะไรในชีวิต
บางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรา เราทำไปเพื่ออะไร
เราใช้แต่อารมณ์โดยที่เราไม่ได้มองดูคนรอบข้าง

จริงๆ แล้ว เราไม่เห็นจะต้องวิ่งไปหาอะไรเลย
การที่เราเดินไปช้าๆ
มันทำให้เราได้มองเห็นและศึกษาสิ่งรอบข้างได้มากขึ้น
ยิ่งวิ่งตามก็เหมือนสิ่งที่เราค้นหายิ่งห่างไกล

copy จาก benjy.vox.com/library
ไปอ่านเจอ ดีมากๆเลยครับ เลยเก็บมาฝาก
กำลังใจดีๆ ให้ตัวเอง
.. ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง และคนฉลาดที่สุด ก็ยังโง่ในหลายเรื่อง ..
.. ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต
ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป ที่จะทำใหสิ่งที่ตนฝัน ..
.. คนที่ไม่เคยหิว ย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม
ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลว ย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..
.. อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่ เหตุผลขอคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน อีกคนนึง ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..
.. คนเรา ไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้น ที่ได้ทำ ..
หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า

........................................
บทความจากhttp://www.watsuthatschool.com/viteput/